ผลวิจัยชี้"มิว"หนีภูมิคนฉีดไฟเซอร์2เข็มได้กว่า7เท่า

นักไวรัสวิทยาระบุยังเป็นผลวิจัยกับเบต้า ยังต้องติดตามต่อ ว่าปฏิกิริยาต่อเชื้อเดลตาจะเป็นอย่างไร ชี้เ

นักไวรัสวิทยาระบุยังเป็นผลวิจัยกับเบต้า ยังต้องติดตามต่อ ว่าปฏิกิริยาต่อเชื้อเดลตาจะเป็นอย่างไร ชี้เป็นไวรัสตัวที่น่าจับตามอง

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ผ่านเฟซ บุ๊กระบุ “ไวรัสสายพันธุ์มิว มีจุดเด่นเรื่องหนีภูมิคุ้มกัน เพราะมีการกลายพันธุ์ที่ผสมผสานกันระหว่างสายพันธุ์เบต้า กับ แอลฟ่า

ข้อมูลล่าสุดที่ทีมวิจัยในญี่ปุ่นเปิดเผยออกมา ไวรัสสายพันธุ์นี้อาจจะหนีภูมิได้พอๆ หรือดีกว่า เบต้าของแอฟริกาใต้ จากข้อมูลของทีมวิจัยพบว่า มิว หนีภูมิจากซีรั่มของผู้เคยติดเชื้อได้ 12.4 เท่า (เบต้าได้ 8.2 เท่า) และหนีภูมิจากซีรั่มคนฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มได้ 7.6 เท่า (เบต้าได้ 6.3 เท่า)

แต่การกระจายตัวของมิวในปัจจุบันยังห่างไกลจากเดลต้ามาก ทำให้ประเด็นเรื่องการแพร่กระจายของมิวในกลุ่มประชากรจึงไม่น่ากังวลมาก

แต่จากข้อมูลที่ทางญี่ปุ่นเผยแพร่ออกมาทำให้ผมมีคำถามที่อยากติดตามต่อคือ ในประเทศที่มีภูมิคุ้มกันต่อเดลต้าสูงมากๆ อย่างอินเดีย จะมีโอกาสที่มิวจะเข้าไปหนีภูมิ และสร้างปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน

ข้อมูลตรงนี้จะมีความหมายเพราะ ช่วงหนึ่งเดลต้าก็อาจจะลดลงเพราะแพร่กระจายไว ภูมิต่อเดลต้าก็จะมีมาก ไวรัสตัวที่จะมาแทนคือ ตัวที่หนีภูมิจากเดลต้าได้ดี และมีความแพร่กระจายไวในระดับหนึ่งด้วย (มิวอาจได้คุณสมบัตินี้จากแอลฟ่ามา) ดังนั้น มิวจึงเป็นอีกตัวที่ต้องจับตามองดีๆครับ
ที่มา
https://www.biorxiv.org/content/10.1101/2021.09.06.459005v1″

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ