ผู้ตรวจราชการเขต11ลงพื้นที่มุกดาหารทำความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 64 นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขต 11 ลงพื้นจังหวัดมุกดาหา

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 64 นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขต 11 ลงพื้นจังหวัดมุกดาหาร เพื่อทำความเข้าใจในการฉีดวัคซีนนักเรียนอายุ 12-17 ปี และสร้างความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครอง จากนั้นผู้ปกครองจะต้องแจ้งยินยอมให้ฉีดวัคซีน ซึ่งการฉีดครั้งนี้จะเป็นความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ

นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขต 11 กล่าวว่า นโยบายให้ฉีดวัคซีนกับเด็กนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ และในหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการจัดการเรียนการสอน โดยนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้ ศบค. และกระทรวงศึกษาธิการ ได้เตรียมความพร้อมที่จะฉีดวัคซีนที่อายุ 12 – 17 ปี 11 เดือน 29 วัน เนื่องจากถ้าหากอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแล้วจะต้องไปรับวัคซีนในโค้วต้าประชาชน ซึ่งมีนักเรียนที่จะต้องรับวัคซีนอยู่ประมาณ 4 ล้าน 3 แสนคน ในโรดแมพไทม์ไลน์ที่จะต้องให้บริการนั้น ณวันนี้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง ได้ทราบนโยบายแล้ว โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัด ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา สำนักงาน กศน. และหน่วยงานที่มีนักเรียนนักศึกษาในสังกัด ได้สำรวจข้อมูลเพื่อที่จะทราบว่า เด็กนักเรียนมีความประสงค์จะรับวัคซีน หรือไม่ หรือไม่รับ ซึ่งจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง คาดว่าถ้าวัคซีนเข้ามาตามกำหนด ยี่ห้อ Pfizer วันที่ 3-4 ตุลาคม จะสามารถบริการเข็มแรกแก่เด็กนักเรียนได้ ซึ่งมีเตรียมความพร้อม สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ที่กำหนดเปิด 1 พ.ย. 64 ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ 29 จังหวัด ที่เป็นสีแดงเข้ม แล้วก็ไล่ไปแต่ละจังหวัด โดยเตรียมความพร้อมความสมบูรณ์ต่าง ๆ โดยทางสถานศึกษาต่าง ๆ ได้เตรียมการ เพื่อให้เกิดความพร้อม

นายธฤติ ประสานสอน กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการบริการวัคซีนนั้น โดยในร่างกายมนุษย์มีความพร้อมไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้สถานศึกษาจะต้องพิจารณา ร่วมกันกับหน่วยงานสาธารณสุข ว่าพิจารณาความพร้อมของเด็ก หากเด็กนักเรียนมีข้อจำกัดในด้านร่างกาย และเจ็บป่วย ก็ไม่จำเป็นต้องฉีด แต่ถ้าใครมีความพร้อมในทุกมิติ ก็จะได้รับวัคซีน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน ถามว่าอันตรายไหม วันนี้จากการวิจัย จากการใช้ในห้องทดลอง ในเรื่องต่าง ๆ นั้นก็พบบ้างเป็นบางส่วนที่มีภูมิคุ้มแพ้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เป็นวัคซีนที่ให้ความปลอดภัยแก่นักเรียนทุกคน

ในเรื่องของการให้บริการฉีดวัคซีน การยินยอมของผู้ปกครองเป็นส่วนที่สำคัญยิ่ง เด็กนักเรียนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การทำใด ๆ นั้นต้องได้การยินยอมจากผู้ปกครอง เช่นเดียวกันกับการฉีดวัคซีน ถ้าผู้ปกครองไม่เห็นด้วย ไม่ยินยอม ก็จะไม่ฝืนที่จะฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน ฉะนั้นสถานศึกษาทุกสถานศึกษาต้องมีการประชุม มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง และขณะเดียวกันต้องมีการลงลายชื่อของผู้ปกครอง ให้การยินยอมที่จะให้ลูก หรือบุตรหลานได้รับวัคซีนตามที่หน่วยงานแต่ละสถานศึกษาต่อไป

ด้าน ดร.ชาติชาย ก่อคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาลัย ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในส่วนของโรงเรียนมุกดาลัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ได้รับทราบนโยบายการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ตั้งแต่อายุ 12 ปี ถึงอายุ 17 ปี 11 เดือน 29 วัน นั้น โรงเรียนมุกดาลัย โดย สพป.มุกดาหารได้แจ้งให้โรงเรียนดำเนินการสำรวจนักเรียน โดยในช่วงนี้ได้ดำเนินการสำรวจนักเรียนในกลุ่มดังกล่าว โดยโรงเรียนมุกดาลัยเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดใหญ่ มีนักเรียนอายุ 12 ปี ถึงอายุ 15 ปี โดยทางโรงเรียนให้ครูประจำชั้นทุกชั้นเรียน ได้ดำเนินการสำรวจนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มอายุดังกล่าว และส่งให้ สพป. มุกดาหาร ได้ดำเนินการต่อไป และโรงเรียนได้กำหนดไทม์ไลน์ที่จะให้ผู้ปกครองมาเซ็นต์ยินยอม และไม่ยินยอม ให้บุตรหลานที่อยู่ในปกครองของคนรับวัคซีน ในวันที่ 25 ก.ย. 64

ในส่วนของการเฝ้าระวังของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองนักเรียน ที่มาโรงเรียนทุกเช้า โดยได้ทำการเรียนการสอนปกติ เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนได้วัดอุณหภูมิ รักษาระยะห่าง ล้างมือด้วยเจล หรือสบู่ เพื่อฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งการเหลื่อมเวลาในการรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้นักเรียนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ตลอดจนการเคารพธงชาติ สวดมนต์ ไหว้พระในห้องเรียน ตลอดจนมีห้องพยาบาลไว้รองรับนักเรียนที่มีภาวะสุ่มเสี่ยง ถ้าเกินศักยภาพของโรงเรียนก็จะส่งไปที่โรงพยาบาลมุกดาหารต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ดีเดย์ปักเข็มแรก ในวันที่ 4 ตุลาคม 64 ให้นักเรียน 29 จังหวัดแดงเข้ม และเร่งทำความเข้าใจเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะนัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงปฏิทินขั้นตอนการดำเนินการฉีดวัคซีนนักเรียนอายุ 12-17 ปี ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครอง จากนั้นผู้ปกครองจะต้องแจ้งยินยอมให้ฉีดวัคซีน ซึ่งการฉีดครั้งนี้จะเป็นความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ เมื่อผู้ปกครองแจ้งความประสงค์เรียบร้อยแล้ว โรงเรียนจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ สพท. เพื่อส่งต่อไปยังศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทำแผนจัดสรรวัคซีน โดยจะเริ่มฉีดใน 29 จังหวัดสีแดงเข้มก่อน จากนั้นค่อยกระจายไปยังจังหวัดอื่น หากไม่มีปัญหาคาดว่าจะเริ่มฉีดเข็มแรกให้นักเรียนได้วันที่ 4 ตุลาคมนี้

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ