ข่าวปลอมรายวัน!!!มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นไปรษณีย์ไทย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 64 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 64 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจพบ ข่าวปลอม กรณีที่มีการแชร์ข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ไปรษณีย์ไทย ส่งข้อความแสดงความยินดีที่ลูกค้าสมาชิกมีสิทธิ์แลกซื้อสมาร์ทโฟน และให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EMS Central ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีที่มีประชาชนได้รับข้อความทั้งช่องทางไลน์ และ SMS แสดงความยินดีที่ลูกค้าสมาชิกมีสิทธิ์แลกซื้อสมาร์ทโฟน และให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EMS Central หรือให้ตอบคำถามบริการไปรษณีย์ไทยนั้น ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม ซึ่งเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ ที่ปลอมตัวเป็นไปรษณีย์ไทย เพื่อหลอกขอข้อมูลที่สำคัญของท่าน โดยปัจจุบันไปรษณีย์ไทยมีช่องทางติดต่อกับสมาชิกภายใต้ “POST FAMILY (โพสต์แฟมิลี่)” เท่านั้น ผ่าน Line@Thailandpost ซึ่งหากเป็นบัญชีจริงจะต้องมีสัญลักษณ์ยืนยันบัญชีโล่สีเขียวด้วย ส่วน SMS ชื่อ THPost และอีเมลชื่อ info@family.thailandpostprivilege.com และโปรโมชันจาก “POST FAMILY (โพสต์แฟมิลี่)” ที่ http//:postfamily.thailandpost.com เท่านั้น

ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th เพจเฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ไลน์ออฟฟิเชียล @Thailand Post หรือโทร. 1545

สรุปของเรื่องนี้คือ : ไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความแสดงความยินดีที่ลูกค้าสมาชิกมีสิทธิ์แลกซื้อสมาร์ทโฟน และให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EMS Central แต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพ ที่ปลอมตัวเป็นไปรษณีย์ไทย เพื่อหลอกขอข้อมูลที่สำคัญ การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ