สงครามอัฟกานิสถานในสายตาคนนอก

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตยสื่อระหว่างประเทศของการ์ตา คือ อัลจาซีรา โดย Ali Herb ได้โปรยห

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย

สื่อระหว่างประเทศของการ์ตา คือ อัลจาซีรา โดย Ali Herb ได้โปรยหัวว่า การล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นโดยชัดเจนถึงการไร้ความสามารถ ในการคิดจะสร้างชาติด้วยกำลังทหารของสหรัฐฯ

สงครามที่ยืดเยื้อยาวนานของสหรัฐฯถึง 20 ปี จบลงโดยไร้พิธีการใดๆทั้งสิ้น และจบลงอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมายตามที่สหรัฐฯได้ตกลงกับตาลีบันว่าจะถอนทหารภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ แต่เอาเข้าจริงหลังจากเจรจายุติศึกเพียงไม่ถึงครึ่งเดือน ตาลีบันก็สามารถรุกคืบยึดพื้นที่ได้เกือบหมดประเทศ พอถึงกลางเดือนสิงหาคม ตาลีบันก็บุกยึดเมืองหลวงคือคาบูลได้ ก่อนเส้นตายที่สหรัฐฯตกลงจะถอนทหารออกหมด ภายในวันที่ 31 สิงหาคมด้วยซ้ำ

แต่ตาลีบันก็ยินยอมให้สหรัฐฯนำคนของตนทยอยออกไปจนหมดในเวลาประมาณ 23.00 น.เศษ ของวันที่ 30 สิงหาคม

การสิ้นสุดของสงครามในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯมีข้อจำกัดและอาจจะผิดพลาดอย่างมากในการใช้นโยบายส่งกำลังทหารเข้าไปแทรกแซง และจัดตั้งรัฐบาลที่ตนเห็นว่าจะเป็นหุ่นให้สหรัฐฯเชิด เพราะในที่สุดสหรัฐฯก็ต้องสูญเสียทั้งกำลังคนและงบประมาณมากมาย เฉกเช่นที่เกิดมาแล้วในสงครามเวียดนาม

แม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการตัดสินใจถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน และการล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานให้กับตาลีบัน จนทำให้คะแนนเสียงตกลงไปบ้าง แต่เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายไปใหญ่เมื่อเกิดการระเบิดพลีชีพ ณ สนามบินนานาชาติฮามิดคาไซ ในขณะที่สหรัฐฯกำลังทยอยขนคนออกจากอัฟกานิสถาน รวมทั้งประชาชนที่แออัดเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ โดยผู้ที่ประกาศความรับผิดชอบคือกลุ่มไอเอสเคพี หรือ Islamic State Khorasan Province ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงสุดโต่ง และไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงระหว่างตาลีบันกับสหรัฐฯ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้ทหารสหรัฐฯเสียชีวิตถึง 13 นาย แต่ประชาชนตายอื้อ งานนี้คะแนนเสียงไบเดนยิ่งตกลงไปอีก

อย่างไรก็ตามข่าวสายตรงจากอัฟกานิสถานอ้างว่า ที่มีคนตายมากเพราะทหารสหรัฐฯที่รักษาการอยู่ที่สนามบินตกใจกับเหตุการณ์เลยกราดยิงไปยังกลุ่มคน เพราะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เรื่องอย่างนี้รับรองสื่อตะวันตกไม่ออกข่าวแน่นอน

แต่ประธานาธิบดีไบเดน ก็ต้องเผชิญกับศึกภายในนั่นคือ การวิพากษ์วิจารณ์จากสภาฯเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯในโลก หรือถ้าจะพูดให้ชัดก็คือ สหรัฐฯมีขีดความสามารถที่จะเป็นตำรวจโลกต่อไปหรือไม่ หรือควรจะเล่นบทตำรวจโลกต่อไปหรือไม่

ทั้งนี้นโยบายการใช้การทหารนำในการเข้าไปแทรกแซง ด้วยข้ออ้างใดๆก็แล้วแต่ และหวังหรืออ้างว่าจะไปช่วยสร้างชาติสร้างสันติภาพ และสร้างประชาธิปไตยนั้นมีผลที่ชัดเจนว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ตามที่นาง Annelle Sheline นักวิจัยจากสถาบัน Quincy Institute For Responsible Statecraft หน่วยงานที่คัดค้านนโยบายการเข้าแทรกแซงการเมืองในประเทศอื่นได้กล่าวอ้างไว้

จากสายตาคนภายนอกต่างก็เอาใจช่วยผู้อพยพออกนอกประเทศอัฟกานิสถาน โดยปลอดภัยเพราะภาพที่เห็นตามสื่อตะวันตก คือการหนีกระเซอะกระเซิงของประชาชนที่หวาดกลัวการปกครองของตาลีบันที่เคยมีมาในอดีต เช่น การละเมิดสิทธิสตรี การห้ามฟังเพลง โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำงานให้สหรัฐฯต่างเกรงกลัวจะถูกล้างแค้น จึงเกิดภาพผู้คนแออัดยัดเยียดเพื่อแย่งขึ้นเครื่องบินถึงกับพากันเกาะล้อแล้วตกมาตายก็มี 3-4 คน

แม้ว่าโฆษกตาลีบันได้ประกาศว่าจะไม่มีการแก้แค้นใดๆ ต่อผู้ที่ทำงานให้สหรัฐฯ และทุกคนมีเสรีที่จะเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมกับได้ขอร้องว่าทุกคนมีสิทธิจะอยู่ในประเทศได้อย่างปลอดภัย และทำงานของตนได้ตามปกติ

แต่ประกาศนั้นก็ยังไม่สามารถลดความหวาดกลัวของประชาชนบางส่วนที่เคยมีประสบการณ์หรือได้รับการเล่าขานถึงการกระทำของตาลีบันในอดีตเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว

สหประชาชาติตลอดรวมถึงสหรัฐฯโดยประธานาธิบดีไบเดนก็ได้มีการกล่าวเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน นั่นคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง แต่ไบเดนก็บอกว่าสหรัฐฯคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะต้องส่งทหารไปอีกจำนวนมากในการรบและสูญเสียทั้งชีวิตและเงินอีกมหาศาล

ส่วนพวกสายเหยี่ยวในวอซิงตันมองว่าการพ่ายแพ้สงครามในอัฟกานิสถาน คือ การไม่จัดตั้งกองทหารเป็นการถาวรภายใต้การสนับสนุนด้วยมหิทธานุภาพด้านการทหาร

จอห์นโบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในสมัย จอร์จ ดับเบิลยู บุช และทรัมป์ กล่าวว่าการตัดสินใจถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานของทรัมป์และไบเดน คือ ความผิดพลาดอย่างยิ่งใหญ่ เขายังกล่าวในทวิตเตอร์ว่า ทั้งมอสโคว้ และปักกิ่งกำลังหัวเราะเยาะเรา เตหะฐาน และเปียงยาง จะบอกว่ารัฐบาลสหรัฐฯช่างงี่เง่าเสียนี่กระไร มันทำให้สหรัฐฯดูเป็นไอ้ซื่อบื้อ

ส่วนไมค์ ปอมปิโอ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯสมัยทรัมป์ ที่ได้ช่วยเป็นผู้เจรจาในการถอนทหารกับตาลีบันในปีที่แล้ว กล่าวว่าสหรัฐฯควรใช้กำลังทหารจัดการกับตาลีบันโดยเฉพาะการคุกคามต่อเพื่อนหรือครอบครัวของตาลีบัน

พวกตาลีบันก้าวร้าว และไร้ความกลัว เพราะเรามีรัฐบาล(สหรัฐฯ) ที่ปฏิเสธการใช้กำลังปกป้อง เหมือนที่ประธานาธิบดีทรัมป์และข้าพเจ้าทำมาแล้ว ปอมปีโอกล่าวกับ Fox News เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สหรัฐฯใช้จ่ายเงินทั้งหมดประมาณ 2 ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ ในสงครามอัฟกานิสถาน แต่ประชาชนตั้งคำถามกันว่าเงินภาษีของพวกเขาถูกจ่ายให้กับอัฟกานิสถานเท่าไร เมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายให้เพนตากอน และผู้รับเหมา ทั้งนี้มองเห็นได้ชัดจากความยากจนด้อยพัฒนา และการค้ายาเสพติดที่ยังมีอยู่มากมายในประเทศนั้น

นอกจากนี้ตัวเลขของทหารประจำการ ยังมิได้แสดงความจริงที่ว่าสหรัฐฯมีนักรบอยู่ในอัฟกานิสถานมากกว่านั้น ด้วยการจ้างทหารรับจ้างอีกจำนวนมาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้ร่วมกับการใช้มิสไซด์และโดรนที่ไร้ความรับผิดชอบได้ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานเป็นจำนวนมาก นี่ยังไม่นับความอดอยากหิวโหย และอดตายเพราะภัยสงครามของเด็กๆและคนชราอีกนับไม่ถ้วน

การถอนทหารของสหรัฐฯในครั้งนี้นอกจากทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ภายในแล้ว ยังสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของพันธมิตรสหรัฐฯอีกด้วย หากภายในก็ไม่เชื่อมั่น แล้วประเทศอื่นๆที่เป็นพันธมิตรจะเชื่อมั่นในโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯได้อย่างไร

ทั้งนี้สภาผู้แทนของสหรัฐฯทั้ง 2 พรรคกำลังเรียกร้องให้มีการใช้จ่ายในสงครามที่ไม่มีวันจบ คือสงครามกับความยากจนในบ้าน มากกว่าไปยุ่งกับต่างประเทศ

อนึ่งสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะประกาศสงคราม แต่ปรากฏว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นครั้งสุดท้ายที่สภาฯใช้อำนาจนั้น

สุดท้ายนี้แม้สหรัฐฯจะพ่ายสงครามทางกายภาพไปแล้วก็ยังไม่ยอมหยุดคงเดินหน้าทำสงครามข่าวสาร Information Warfare ต่อไป โดยใช้สื่อกระแสหลัก โจมตีตาลีบันต่อไป แทนที่จะให้ตาลีบันได้มีโอกาสปรับจูนวิธีการปกครองให้เกิดความสงบสุขในประเทศ กลับพยายามโหมทำลายประเทศด้วยการยุแหย่สารพัด อย่างนี้จีนไม่นั่งหัวเราะก็บ้าแล้ว

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ