"ธรรมนัส"ปัดไขก๊อกรมต.

“บิ๊กตู่” บอกเสียงโหวตไว้วางใจ อยู่ที่ส.ส.ตัดสินใจ ขออย่าพูดนอกสภา ด้าน”พท.”เปิดฉากซักฟอกวันที่สามแส

“บิ๊กตู่” บอกเสียงโหวตไว้วางใจ อยู่ที่ส.ส.ตัดสินใจ ขออย่าพูดนอกสภา ด้าน”พท.”เปิดฉากซักฟอกวันที่สามแสบเหน็บ “นายกฯ” วิกฤติโรคร้ายได้เห็น “สัปเหร่อ”ทำงานมากกว่านายกฯ พระออกมาช่วย ปชช. พร้อมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตอย่าเกิดในยุครัฐประหาร ขณะที่นายกฯ ลุกแจงลั่นคนไทยได้ฉีดวัคซีนครบ 61 ล้านโดส สิ้นปีนี้ ก่อนเจอ”ก้าวไกล” ประท้วงสูดขี้มูกเสียงดังนับได้ 98 ครั้ง “วิสาร” สับ “ประยุทธ์” ทำวงการสีกากีล้มเหลว เกิดทุจริต

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการโหวตลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า ก็ว่ากันไป จะเชื่อไม่เชื่อก็ไปว่ากันในสภา อย่าพูดนอกสภาเลย วันนี้ก็สบายใจ

ต่อมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 3 โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารสถานการณ์โควิดล้มเหลวพาประเทศถึงจุดวิกฤติ ถ้าหากนายกฯจะทำประโยชน์ให้กับประชาชนจริงๆขอให้เอาเงินเดือน 3 เดือนคืนไป และไปไหนก็ได้ 3 เดือนหรือหายไปจากประเทศไทยได้ก็ยิ่งดี เพราะภาวะประเทศไทยขณะนี้ สัปเหร่อทำงานมากกว่านายกฯ นายกฯเวิร์คฟอร์มโฮมปิดทองหลังพระ แต่พระต้องมาใส่ชุดพีพีอี ใส่หน้ากากช่วยเหลือประชาชน ทุกอย่างกลับตาลปัดไปหมด จึงขอไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากโควิด ชาติหน้ามีจริงฉันใดขอให้ท่านเหล่านี้ อย่าได้มาเกิดในยุคที่มีรัฐประหารยุคพล.ประยุทธ์ อย่าได้มาเกิดในยุคของผู้นำที่ขาดความรับผิดชอบ อย่าได้มาเกิดในยุคที่มีผู้นำโอหังคลั่งอำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชน อย่าได้มาเกิดในยุคที่ผู้นำค้าความตายหากินบนซากศพและที่สำคัญอย่าได้มาเกิดในยุคที่ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด ทั้งหมดที่กล่าวมา จึงไม่อาจไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ บริหารต่อไป

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลมีการปรับกลุยุทธ์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิดมาตลอด วันนี้ รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการจัดซื้อจัดหา ส่วนราคาวัคซีน จัดซื้อเท่าไหร่ ก็เบิกงบ ประมาณเท่านั้น ราคา วันนี้ เราฉีดวัคซีนไปแล้ว 31 ล้านโดส คาดปีนี้จะฉีดให้คนไทยได้ครบตามที่ตั้งเป้าไว้ และ ยืนยันว่า จะได้ครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือน ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์มีสภาพอิดโรย มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ทำให้ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่า นายกฯ คอยสูดน้ำมูกตลอดเวลา นับได้ 98 ครั้ง จึงขอประท้วงประธานในที่ประชุมว่าเหตุใดปล่อยให้คนเป็นหวัดเข้ามาในห้องประชุม เพราะอาจมีการแพร่เชื้อได้ จากนั้น นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธาน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับผู้ประท้วง ถ้าเป็นไปได้อยากให้นายกฯ ถอดหน้ากากอนามัย แล้วเข้าไปชี้แจงยังโพเดียมที่เตรียมไว้ให้ สุดท้ายนายกฯ จึงไม่ชี้แจงต่อ

ต่อมา นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ได้รับมอบหมายให้อภิปรายถึงความล้มเหลวและการทุจริตของพล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะด้านยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งตั้งแต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์กำกับและมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูแล ปรากฎว่าเกิดความล้มเหลวผิดพลาดในวงการตำรวจ เพราะการเอาทหารมากำกับจะทำให้ตำรวจเป็นอีกกองทัพหรือไม่ มีการซื้ออาวุธ ซื้อปืน บังคับบัญชาไปจากส่วนกลาง ทำเหมือนตำรวจเป็นลูกไล่ เป็นเบ๊

“อยากถามนายกฯ ว่า การที่ไหว้พระทุกวันนั้นได้นั่งสมาธิแล้วเห็นการทุจริตบ้างหรือไม่ ประเทศเรามีการทุจริตหลายครั้ง แต่ท่านก็หูหนวกตาบอด แต่นกมีหูประตูมีตา ความล้มเหลวของรัฐบาลค้าความตาย ทำให้ประ ชาชนล้มตาย และมีคนที่ติดโควิดคับแค้นใจบอกว่าอยากเจอหน้านายกฯ และจะไอใส่หน้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลก เพราะการตัดสินใจของนายกฯ ที่ผ่านมาล้มเหลวตลอด และแก้ไขแบบไม่ถูกที่ถูกเวลา รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ผมเรียกร้องให้นายกฯ ลองให้คนสนิทไปแอบถามประชาชนว่าเขาพูดถึงนายกฯ อย่างไรบ้าง ซึ่งตนคิดว่าท่านจะถูกจารึกจดจำในทางที่เลวร้ายที่สุด”

ขณะที่ นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ในขณะที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนนายกฯต้องออกมาปฏิเสธว่ายังไม่มีการปรับ “ในขณะนี้” คือในขณะที่อยู่ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ข่าวอีกกระแสหนึ่ง ซึ่งซุบซิบกันดังสนั่นก็คือ ข่าวกลุ่มสามมิตร จะฟื้นคืนอำนาจและบทบาทในพรรคเหมือนเมื่อครั้งที่ร่วมกับกลุ่มสี่กุมาร! ก็เป็นความไม่ลงตัว อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองด้วย”

ที่อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเซ็นลาออกจาก รมช.เกษตรฯว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่หรอก ตนไปธุระข้างนอกมา เมื่อถามย้ำว่าได้เห็นข่าวหรือไม่ กรณีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่านายกรัฐมนตรีเซ็นคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่าจะเอาผิดกับคนปล่อยข่าวดังกล่าวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เต้เขาไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไรกับผม จะไปเอาผิดเขาได้อย่างไร เรื่องนี้มีที่มาที่ไปหรือไม่ผมไม่ทราบ ต้องไปถามจากเต้ว่าหมายความว่าอย่างไร”

ู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมยืนยันว่าผมไม่คุยกับนายกฯ แต่ผมคุยกับรองนายกฯที่เป็นหัวหน้าพรรคผม เมื่อตอนกลางวันผมก็เพิ่งไปทานข้าวกับรองนายกฯมา” เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ารอยร้าวที่เป็นปัญหาเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมยืนยันว่าผมคุยกับรองนายกฯ และเมื่อวานผมก็ได้พูดไปหมดแล้ว ที่แถลงข่าวไปนั้นชัดเจนหมดแล้ว คำตอบของผมที่ได้แถลงข่าวไปเมื่อวาน (1ก.ย.)นั้นชัดเจนทุกเรื่อง ไม่มี ประเด็นอะไรใหม่” ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าจะกลับไปเป็นส.ส.เพียงอย่างเดียวใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมาจากประชาชน เมื่อถามว่าหากเป็นเรื่องจริงคิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราเข้าสู่การเมืองแล้วอย่าไปคิดมากในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวไทย เพราะฉะนั้นเมื่อคุณจะทำอะไรต้องคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เสียงจากประชาชนคือเสียงสวรรค์ ตนคิดแค่นี้ ตนไม่ได้คิดเรื่องอื่น และในชีวิตก็ไม่ได้คิดจะมาเล่นการเมืองอยู่แล้ว

ู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ากระแสในวันนี้รุนแรงสำหรับตัวเองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมผ่านความเป็นความตายมามากพอแล้วในชีวิตผม เพราะฉะนั้นหนทางที่จะก้าวไปข้างหน้ามันจะมีหลุม มีบ่อ มีเหว เราก็ต้องมีความเตรียมพร้อม” เมื่อถามย้ำว่า จะส่งผลต่อการโหวตในวันเสาร์ที่ 4 ก.ย.นี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เป็นสิทธิส่วนบุคคลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ที่เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้

มื่อถามว่า กระแสข่าวถึงขณะนี้แสดงให้เห็นว่าร.อ.ธรรมนัส มีความขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์ชัดเจนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีแต่กระแสข่าว ตนเองก็ยังไม่ได้คุยกับนายกฯเลย เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร.จะรวบรวมเสียงสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ต่อไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนพูดเสมอว่าทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคที่จะให้นโยบายอย่างไร แต่ทุกอย่างอยู่ที่เอกสิทธิ์ เพราะเป็นสิทธิ์ของส.ส.แต่ละคนว่าจะตัดสินใจในเรื่องเสียงในสภาอย่างไร เราไปครอบงำเขาไม่ได้ ตนเชื่อว่าส.ส.ทุกคนกว่าจะมาเป็นส.ส.เขาก็ผ่านอะไรมาเยอะ มีทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์ในชีวิต แต่ก็เชื่อว่าวิถีชีวิตการเป็นนักการเมืองประชาชนจะเลือกคุณหรือไม่ในสมัยข้างหน้ามันอยู่ที่พฤติกรรมของคุณ ว่าคุณทำงานดูแลประชาชนของคุณหรือไม่ เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่รุมเร้าขณะนี้จะทำให้ร.อ.ธรรมนัส ถอดใจลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งผมพูดคำนี้เสมอ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีคนระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสแอบอ้างสถาบันเพื่อเปลี่ยนนายกฯใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปถามเรื่องประเด็นนี้ การเมืองเราต้องแยกให้ชัดเจน ว่าการเมืองคือการเมือง อย่าดึงสถาบันลงมายุ่งกับการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ