ส่งคดียื่นฟ้องนายกฯปฏิบัติหน้าที่มิชอบบริหารโควิดผิดพลาดเกิดความเสียหายให้ประธานศาลอุทธรณ์ชี้เขตอำนาจศาล

ศาลอาญาคดีทุจริตฯส่งคดี ยื่นฟ้องนายกฯปฏิบัติหน้าที่มิชอบบริหารโควิดผิดพลาดเกิดความเสียหายให้ประธานศา

ศาลอาญาคดีทุจริตฯส่งคดี ยื่นฟ้องนายกฯปฏิบัติหน้าที่มิชอบบริหารโควิดผิดพลาดเกิดความเสียหายให้ประธานศาลอุทธรณ์ชี้เขตอำนาจศาล “นรินท์พงศ์” ขึ้นเเถลง “ประยุทธ์”นั่งหลายตำเเหน่งอำนาจคาบเกี่ยวเชื่อเป็นเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ

วันนี้ (30 ส.ค.) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครชัยศรี กรุงเทพฯ ศาลได้นัดอ่านคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในคดี หมายเลขดำที่ 117/2564 ที่ น.ส.สุกัญญา วงศ์ศรีแสงสุอุทัยที่ กับพวกรวม8 คน ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 165 จากกรณีปล่อยปละละเลยเเละบริหารผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด ถึง 4 ระลอก รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้

โดยในวันนี้ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทีมทนายความเดินทางมาฟังคำสั่ง

ศาลพิจารณาตรวจฟ้องเบื้องต้นแล้วเห็นว่าโจทก์ทั้ง8ยื่นฟ้องจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรีว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,165 โดยที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งตามพรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560มาตรา 10 บัญญัติให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีมูลแห่งคดีเป็นการกล่าวหาว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

กรณีจึงมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือไม่ อาศัยอำนาจตามพรบ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559มาตรา 11 เห็นควรส่งสำนวนนี้ให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ และรอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราวก่อนจนกว่าประธานศาลอุทธรณ์จะได้มีคำวินิจฉัยให้นัดพร้อมเพื่อรอฟังผลหรือฟังคำสั่งของประธานศาลอุทธรณ์ในวันที่ 15 พ.ย. เวลา09.00 น.

นายนรินท์พงศ์ กล่าวภายหลังฟังคำสั่งว่า การที่คดีจะไปพิจารณาที่ศาลใดนั้นต้องดูเขตอำนาจศาล โดยก่อนหน้าที่จะมายื่นฟ้องเราได้พิจารณาเเล้วว่ามาศาลนี้ถูกที่สุดโดยที่เราไม่ได้ไปยื่น ปปช. การฟังคำสั่งวันนี้ศาลก็ยังไม่ได้ชี้ว่าเป็นอำนาจของศาลใด เพียงเเต่ส่งไปศาลสูงพิจารณา เนื่องจากยังเห็นว่าเป็นเรื่องคาบเกี่ยวกัน แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคดีจะต้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเราก็ไม่ได้กังวลเราก็จะใช้ช่องทางนำคดีไปที่ศาลนั้น

“วันนี้เราได้เเถลงศาลว่าที่ท่านอ่านรายงานกระบวนพิจารณาว่าฟ้องตำเเหน่งนายกฯนั้นไม่ถูกทั้งหมด เพรา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานอกจากเป็นนายกฯเเล้วยังเป็นประธาน ศบค.เเละยังเป็นประธานทุกคณะที่บริหารเรื่องโรคโควิด เราก็มองว่าตำเเหน่งประธานคณะต่างๆอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯซึ่งศาลท่านก็เข้าใจเเละเรายังได้เเถลงถึงอำนาจในหน่วยงานอื่นๆนอกจากตำเเหน่งนายกฯเข้าไปด้วย”นายกสมาคมทนายความระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดจากรัฐบาลกว่า 700,000 คน ที่ได้ลงชื่อในแคมเปญของพรรคไทยสร้างไทย ในการร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา กับ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกฯเเละประธานบริหารหน่วยงานเกี่ยวกับโควิด เมื่อวันที่ 13ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดการประกวดเวทีนางงามชื่อดัง เป็นโจทก์ในคดีด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ